Friday, April 11, 2008

กุหลาบของสิริน ภาคพิเศษ ตอนที่ 1

สิรินมองข้าวเครื่องใช้ส่วนตัวมากมายที่วางเรียงรายอยู่บนเตียง พร้อมทั้งกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ เธอกำลังประเมินว่า กระเป๋าใบใหญ่จะบรรจุสิ่งเหล่านี้ลงไปได้หมดหรือไม่
หากเป็นการเที่ยวไม่ต้องใช้เสื้อผ้ามากเท่านี้ แต่นี่เป็นการไปทำงานชิ้นที่สำคัญ .. สิรินนั่งลงบนเตียงด้วยความรู้สึกล้าๆ มีอะไรบ้างไหมสำหรับตัวเธอที่ไม่สำคัญ งานก็สำคัญ คนรักก็สำคัญ ครอบครัวก็สำคัญไม่น้อย
สิรินปลีกตัวจากครอบครัวด้วยการเปิดร้านบนถนนท่าแพ เป็นร้านตึกแถวสามชั้น ชั้นแรกเปิดหน้าร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป ชั้นที่สองรับตัดเย็บเสื้อผ้า มีช่างห้าหกคน ส่วนชั้นสามเป็นที่พักอาศัยของเธอและจารึก เธอคิดว่านี่คือความค่อยเป็นค่อยไป แต่กระนั้นเธอก็ยังมองเห็นเครื่องหมายคำถามในดวงตาของแม่จนได้ .. แม่คงอยากถามอะไรเธอหลายอย่าง เกี่ยวกับตัวเธอและความผูกพันของเธอกับจารึก ซึ่งตอนนี้กลายเป็นผู้หญิงสองคนที่อยู่บ้านเดียวกันไปแล้ว
"ช่วยไหมคะ?" จารึกเดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆ และกอดแขนสิรินเอาไว้ ตัวหล่อนเย็นชื้นและหอมสดชื่นด้วยเพิ่งอาบน้ำมาใหม่ๆ
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ"สิรินยิ้มให้ มีจารึกอยู่ใกล้ๆ ดูเหมือนว่า อะไรๆ ก็กลายเป็นเรื่องเล็ก ความรักมีสรรพคุณดีเลิศเช่นนี้นี่เอง
"ไม่เป็นไรตลอดกาล" จารึกแซวแล้วหัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ก็จริงนี่นะ อะไรๆ ก็ไม่เป็นไรๆ ไม่เป็นไร ไม่เหนื่อย ไม่ต้องห่วงนะคะ แต่ห้ามไม่ได้หรอก เพราะถึงอย่างไรหล่อนก็ห่วงเสมอ
สิรินเรียงของใส่กระเป๋าอย่างมีระเบียบ จารึกเดินไปทาครีมที่หน้ากระจก แล้วเดินกลับมานั่งใกล้ๆ พลางนวดหน้าไปด้วยช้าๆ
"รินเลือกเสื้อผ้าขรึมไปหรือเปล่าคะ?" จารึกตั้งข้อสังเกตพลางเหลียวมองหน้า
"แล้วชุดไหนที่จะใส่วันสัมภาษณ์คะ?"
"ชุดนี้หรือเปล่า?" หล่อนหยิบชุดเสื้อกางเกงสีเทาเข้มออกมาดู
"มีผ้าพันคอลายสีชมพูเป็นตัวช่วยให้ดูไม่ขรึม" สิรินบอกพลางยิ้มให้อย่างแสนรัก
"รินทำงานเบื้องหลังนะคะ จะให้แต่งตัวแข่งกับนางแบบหรือไง?"
"ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ" จารึกเริ่มชักสีหน้า หล่อนไม่ได้ว่าอะไร เพียงแค่ทักว่าสีขรึมไปหน่อยสำหรับผู้หญิงวัยสาวอย่างสิริน และหล่อนแค่อดคิดไม่ได้ว่า หรือเป็นเพราะสิรินมีคนรักอายุมาก จึงทำตัวดั่งคนอายุมากตามไปด้วย
สิรินชะงักมือจากการหยิบจับเสื้อผ้า หันมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่กำลังนั่งนิ่งเฉย
"จะว่าก็ได้" เธอหยอกพลางยิ้มอย่างเอ็นดู เธอมองว่าผู้หญิงยามงอนนี่ น่ามองเหลือเกิน โดยเฉพาะผู้หญิงคนนี้
"รินรักคุณนะคะ" สิรินบอกเบาๆอย่างอ่อนโยน ทำให้คนรักของเธออดยิ้มออกมาไม่ได้
"แหม" จารึกค้อนนิดๆ ก็แหม.. คนอะไร อยู่ดีๆ ก็บอกรักไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งที่ไม่ใช่คนบอกรักพร่ำเพรื่อ สิรินละมือจากข้าวของมาโอบกอดหล่อนไว้
"รินไปตั้งหลายวัน อย่าลืมคิดถึงรินนะคะ"
โถ.. จารึกครางเบาๆ ในใจ หล่อนรักสิรินมานานมาก หล่อนไม่รู้หรอกว่าคู่รักคู่อื่นเขารักกันมากหรือน้อยกว่านี้แค่ไหน จารึกรู้แน่เพียงอย่างเดียวว่า ระหว่างหล่อนกับสิริน มีความหวานชื่นเรื่อยๆ รินๆ เช่นนี้เสมอ และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป
จารึกเอียงหน้าลงแนบไหล่สิริน
"คิดถึงตั้งแต่ยังไม่ไปด้วยซ้ำ" หล่อนบอก
สิรินลูบเส้นผมนิ่มๆ ของจารึกนั้นไปมา แล้วสองคนก็กอดกันแนบแน่น .. นี่เป็นการจากกันครั้งแรก นับตั้งแต่สิรินขนข้าวของโยกย้ายจากกรุงเทพฯ กลับมาอยู่บ้านเกิดเมืองนอน
สิรินกำลังจะไปดูแลงานแฟชั่นโชว์ยิ่งใหญ่ ที่รวมผลงานการออกแบบจากนักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรงในเมืองไทยหลายคนมาจัดแสดงที่เมืองในหมอกท่ามกลางสายลมหนาว ซึ่งโอกาสเดียวกันนี้ เธอและนิตยสารแฟชั่นชื่อดังเล่มหนึ่งก็จับมือกันถ่ายภาพแฟชั่น พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์ในฐานะนักออกแบบแนวหน้าคนหนึ่ง ที่มุ่งหน้ามาสร้างงานในภูมิลำเนาเดิม
ภายในเวลา 7 วันที่แม่ฮ่องสอน เธอจะต้องทำอะไรต่อมิอะไรมากมาย และต้องทำให้ดีที่สุดอีกด้วย เพราะเท่ากับว่า งานนี้เป็นงานโฆษณาตัวเธอให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางในวงสังคม ซึ่งสิรินใช้เวลาเตรียมตัวสำหรับงานนี้นานกว่าห้าเดือนทีเดียว
"คุณจะพยายามจัดเวลา" จารึกบอก
สิรินโรยยิ้มอย่างชื่นใจ เท่านี้ก็ชื่นใจมากแล้ว งานของจารึกก็มากมาย วันแสดงแฟชั่นโชว์ก็ช่างประจวบเหมาะพอดีกับวันกีฬาสีของโรงเรียน สิรินมองไม่ออกว่าจารึกจะจัดเวลาอย่างไร
"โถ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ค่อยดูซีดีเอาก็ได้ รินรู้ว่าคุณไม่สะดวกที่จะไป"
"ไม่สะดวกแต่อยากไป" จารึกบอก ทำให้สิรินยิ้มมากขึ้นเมื่อสัมผัสถึงความรั้นของหล่อน ผู้หญิงคนนี้เดินหิ้วกระเป๋านับครั้งไม่ถ้วน .. และทุกครั้งที่สวมกอดหล่อนเมื่อพบกันที่ปลายทาง สิรินก็รู้สึกถึงความเอารัดเอาเปรียบ และหวังเสมอว่าวันหนึ่งเมื่อสองชีวิตได้อยู่ร่วมกัน เธอและจารึกจะไม่พรากจากกันอีกเลย แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ เธอรู้สึกขุ่นเคืองตัวเองลึกๆ ที่ให้อะไรๆ จารึกได้ไม่เต็มร้อย
"อยากอยู่ด้วยทุกที่" จารึกบอกเบาๆ น้ำตาคลอ สิรินลูบผมหล่อนด้วยความซาบซึ้ง
"ขอโทษนะคะที่งอแง" จารึกค่อยๆ ถอนตัวออกจากคนรัก
อาจเป็นเพราะหล่อนรอคอยมานานแสนนานที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกัน และทุกวันนี้เมื่อได้อยู่ด้วยกันจริงๆ แล้ว จารึกไม่อยากต้องจากกันไปไหนข้ามวันข้ามคืนอีกเลย เพราะเมื่อคิดว่าหล่อนจะไม่ได้พบหน้าสิรินหลายวัน เป็นหลายวันที่ต้องนอนคนเดียว กินข้าวคนเดียว เหมือนเมื่อก่อน .. แต่มันจะทรมานกว่าเมื่อก่อนมาก ..
"รินเก็บของเถอะ" หล่อนบอก
สิรินทำตามอย่างว่าง่าย สิรินรับรู้ความรู้สึกของคนรักได้ดี เพราะเธอเองก็รู้สึกเช่นนั้นเช่นกัน แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อทั้งเธอและจารึกต่างก็ต้องทำงานของตนไปตามหน้าที่ และในฐานะคนทำงาน ต่างก็ต้องการความก้าวหน้าในการทำงานของตนทั้งสิ้น งานของเธอสำหรับที่นี่ เธอถือว่าก้าวนี้เป็นก้าวที่สำคัญในฐานะนักออกแบบแฟชั่น เธอไม่คิดว่าเธอจะเป็นเพียงเจ้าของร้านตัดเย็บเสื้อผ้า และร้านบูติกเท่านั้น จุดมุ่งหมายของเธอคือการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักของผู้คน ซึ่งนับได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายเดียวกันกับนักออกแบบแฟชั่นทุกคนในโลกนี้
จารึกนั่งนิ่งๆ ที่เก้าอี้นวม เหมือนกำลังดูรายการโทรทัศน์ แต่ดวงตาหล่อนล่องลอย หล่อนกำลังคิดถึงความห่างของวัยระหว่างหล่อนและสิริน ในวันนี้หล่อนทำอะไรช้าลง เหนื่อยง่ายและแปรปรวนง่าย ในขณะที่สิรินอยู่ในวัยสาว วัยที่อยากโลดแล่นพุ่งทะยานไปให้ถึงฝั่งฝัน ถึงแม้นว่าสิรินจะเคยบอกหล่อนว่า ความฝันของเธอคือการได้เป็นนักออกแบบที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับ และได้อยู่ด้วยกันอย่างทุกวันนี้ ฟังดูเป็นความฝันที่ไม่มากมายเกินไปนัก เป็นความฝันของคนที่รักความเรียบง่ายและความสงบสุข แต่.. สิรินมีไฟมากมายซ่อนอยู่ในตัวตน หล่อนรู้สึกได้ว่าความสามารถของสิรินนั้นกำลังจะค่อยๆ เผยออกมา และนั่นอาจทำให้หล่อนและสิรินต้องห่างกันอีก ซึ่งในวันนี้ หล่อนไม่อยากต้องทรมานกับความคิดถึงและการเฝ้ารออีกแล้ว
"นอนเถอะค่ะ" สิรินยกกระเป๋าใบใหญ่และใบเล็กไปวางไว้มุมห้อง แล้วเดินตรงมาคุกเข่าเบื้องหน้าคนรัก และซบหน้าลงบนตักพลางหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า
จารึกกดรีโมทปิดโทรทัศน์ แล้ววางมือลงบนหัวสิริน หล่อนบอกตัวเองในใจว่า เราจะจากกันเท่าที่จำเป็น ..
"ไปค่ะ" หล่อนบอกพลางขยับตัวลุกขึ้น เดินไปปิดปุ่มโทรทัศน์ที่เครื่อง และวางรีโมทเก็บไว้ประจำที่ ก่อนเดินไปที่เตียง สิรินกอดหล่อนไว้ทั้งตัวเหมือนเก็บตุนความอบอุ่นเผื่อไว้ยามที่ต้องอยู่โดยไม่ได้กอดหล่อนหลายวันหลายคืน จารึกอดยิ้มไม่ได้
ปฏิกิริยาของคนรัก บางครั้งบอกอะไรได้มากมายและลึกซึ้งกว่าคำพูดเสียอีก วงแขนที่กอดรัด มือที่ประคองใบหน้า และแววตาที่จ้องมองเข้ามาในดวงตาหล่อนเป็นเหมือนเครื่องฉายภาพยนต์ ที่ฉายย้อนถึงเรื่องราวความรัก ความผูกพัน ระหว่างกัน .. จารึกมองเห็นภาพตัวเองนั่งอยู่เคียงข้างสิรินที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ หล่อนรู้สึกวูบวาบตื่นเต้น เมื่อได้จับมือสิรินเป็นครั้งแรกในคราวนั้น .. และหล่อนมองเห็นสิรินโอบกอดหล่อนอย่างตื่นเต้น อย่างแสนรักแสนถนอม ในห้องนอนของหล่อนที่บ้านริมน้ำที่วังสิงห์คำ .. ความรักของหล่อนช่างพิสุทธิ์งดงามดั่งน้ำค้างยามต้องแสงอาทิตย์ยามเช้า
ริมฝีปากนุ่มๆ ของสิรินวนเวียนอ้อยอิ่งอยู่ที่ริมฝีปากบางๆ ของหล่อน ดั่งยวนยั่วดอกไม้ให้เผยอกลีบรับความชุ่มชื่นแห่งรสรักรสเสน่หา ที่ไม่ว่าจะผ่านวันเวลามาด้วยกันเนิ่นนานสักเพียงไหน มนต์เสน่ห์แห่งกามตัณหาอันลี้ลับนี้ ก็ยังมีอำนาจเหนือหล่อนอยู่เสมอ
"รินขา.."

0 comments:

 

ความคิดถึงไม่จบสิ้น .. © 2008. Design By: SkinCorner